หน้าหลัก| เกมส์| หาเพื่อน| แชท| ฟรีบล็อก| ฝากรูปฟรี| To Talk| ฟังเพลง| คลิป| โปรโมทเว็บฟรี| ข่าว|

ค้นหาข่าว/บทความ



โพสต์เมื่อวันที่ : 16 ก.ค. 2553
โพสต์โดย :

Administrator
เปิดอ่าน : 95 / 0 ความเห็น
คะแนนของข่าวนี้
-ไม่มีผลโหวต-

สมาชิก



หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ข่าวประจำวัน
ข่าวบันเทิง
วาไรตี้
เกมส์-ไอที
ข่าวกีฬา
ข่าวในกระแส
ข่าวการศึกษา
ข่าวการเมือง
ข่าวทั่วไทยและอื่นๆ

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่

 

 

มือเอ็ม79ซัดทอด เสธ.แดง ลูกสาวโต้โยนบาป


ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
มือเอ็ม79ซัดทอด เสธ.แดง ลูกสาวโต้โยนบาป .....

มือ เอ็ม79ซัดทอด เสธ.แดง ลูกสาวโต้โยนบาป

คนตายลุกมาพูดไม่ได้ โดนตร.บุกจับที่ลพบุรี อ้างเคยไปฝึกไต้หวัน สอบโยง-คดียิงอบจ.




บุกจับ - นาทีตร.บุกชาร์จจับนายสุ รชัย เทวรัตน์ ในห้องพักโรงแรมฟอร์ยู จ.ลพบุรี สาร ภาพเป็นมือยิงเอ็ม 79 ถล่มแฟลตตำรวจลุมพินี และยิงตร.เสียชีวิต 2 นาย ที่แยกศาลาแดงเมื่อเดือนพ.ค. ซัด"เสธ.แดง"เป็นคนสั่งให้ทำ ตามข่าว

บุก โรงแรมเมืองลพ บุรี รวบมือขวา "เสธ. แดง" ขณะกลับมากบ ดาน ตร.อ้างผู้ต้องหาให้การเป็นกลุ่มนักรบชุดดำที่ก่อเหตุยิงเอ็ม-79 ถล่มตำรวจตาย นอกจากนี้ ยังเป็นครูฝึกนักรบพระเจ้าตากด้วย แถมเคยพาไปเรียนวิชาก่อการร้าย-ฝึกอาวุธที่ไต้หวัน "เทือก" รีบการันตีของจริงไม่ใช่แพะ ขณะที่ลูกสาวเสธ. แดงโต้โยนบาปให้คนตาย ที่ไม่สามารถลุกขึ้นมาชี้แจงได้ มั่นใจไม่ใช่คนสนิทของพ่อ เชื่อถูกบังคับให้ให้การซัดทอด

-บุกจับ"หรั่ง"คนสนิท"เสธ.แดง"

เมื่อ เวลา 07.00 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.ตปพ. พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบก.ตปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดอรินทราช 26 จำนวนกว่า 20 นาย บุกเข้าจับกุมตัวนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 27 ม.2 ต.ร่อนทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1053/2553 ลงวันที่ 19 พ.ค. 2553 ในข้อหาก่อการร้ายและฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นคนสนิทพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โดยจับกุมได้ภายในห้องเลขที่ 17 โรงแรมฟอร์ยู ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่กองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการ พิเศษ 191 บก.ตปพ.

พ.ต.อ.ภาณุรัตน์กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับศาลอาญา 3 คดี ประกอบด้วยข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหาก่อการร้าย และข้อหาทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบเบาะแสว่าผู้ต้องหา หลังจากที่เสธ.แดง เสียชีวิต ได้หลบหนีไปกบดานที่ประเทศกัมพูชา จากนั้นเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เพราะทนความลำบากไม่ไหว จากนั้นได้หลบหนีไปยังที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก กระทั่งมีการสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้เข้ามาพักภายในโรงแรมดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุม หลังจากนี้หากสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

-ระบุเป็นกลุ่มเสื้อดำยิงเอ็ม79

พ.ต.อ. ภาณุรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้เป็นคนสนิทที่ติดตามเสธ.แดงมาตลอด พร้อมทั้งเป็นครูฝึกกลุ่มนักรบพระเจ้าตากและเป็นหนึ่งในทีมงานคนเสื้อดำที่ คาดว่าเคยก่อเหตุยิงเอ็ม 79 เข้าไปในแฟลตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 15 พ.ค. และเป็นผู้ต้องสงสัยที่ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ตำรวจที่ตั้งด่านรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณแยกศาลาแดง เสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. นอกจากนี้ผู้ต้องหายังเคยพากลุ่มคนเสื้อดำทั้งหมดไปฝึกการใช้อาวุธและ ยุทธวิธีการรบ รวมทั้งการสลับเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ไต้หวันด้วย

สำหรับ นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ เป็นผู้ต้องหาอันดับ 1 ที่ทางดีเอสไอต้องการตัวมากที่สุด โดยผู้ต้องหาได้เดินทางกลับจากกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา และรวมตัวกับกลุ่มลูกน้องของเสธ.แดง จากนั้นมีการติดต่อกับภรรยาว่าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในจังหวัดลพบุรี และจะโอนเงินมาให้หลังจากที่เสร็จงานใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมุ่งประเด็นไปที่เหตุลอบสังหารนายอำนาจ ศิริชัย อายุ 58 ปี นายกอบจ.จังหวัดนครสวรรค์ เนื่อง จากวันเกิดเหตุจุดที่ผู้ต้องหาพักอยู่ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร

-ครูฝึกนักรบพระเจ้าตากด้วย

ต่อ มาเมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 และชุดอรินทราช 26 ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย โดยเฉพาะนายสุรชัย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ

ด้านพล.ต.ต.ธนพลกล่าว ว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาน่าจะมีส่วนเชื่อมโยงในการก่อเหตุความรุนแรงจาก เหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงที่มีการชุมนุม และคดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งผู้ต้องหาเป็นครูฝึกนักรบพระเจ้าตาก จะต้องมีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธทุกอย่างเป็นอย่างดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รู้ความเคลื่อนไหวมาโดยตลอดจนกระทั่งติดตามจับกุมตัว ได้ ส่วนผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอยู่อีกมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวแจ้ง ว่าชุดสืบสวนได้ติดตามนายสุรชัยตั้งแต่เข้ามากบดานในประเทศไทย ซึ่งผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ไปบอกกับภรรยาว่าจะได้เงินก้อนหนนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบเบสสัญญาณโทรศัพท์พบว่าอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่มีการสังหาร นายกอบจ.ที่นครสวรรค์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนว่านายสุรชัยเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ต่อไป

-ยัง ไม่แน่ใจ-ยิงเอ็ม79 ถล่มตำรวจ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. แถลงข่าวภายหลังนำตัวนายสุรชัยมาสอบสวนที่ดีเอสไอ ซึ่งจะแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้าย และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ในวันที่ 16 ก.ค.

ด้านพล.ต.ต.ธนพล กล่าวว่า นายสุรชัยถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ เพราะเป็นการ์ดของเสธ.แดง และรู้รายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ มาก เพราะเป็นคนที่เดินอยู่กับเสธ.แดงตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งการยิงเอ็ม 79 ใส่จุดตรวจตำรวจที่หน้าสวนลุมพินี หรือแฟลตตำรวจ หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยาน จึงต้องหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหากับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งนี้ การที่ผู้ต้องหาเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เนื่องจากภรรยาท้องใกล้คลอด ซึ่งภรรยาได้คลอดลูกสาวอายุประมาณ 10 วัน ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนทราบว่านายสุรชัยพยายามกลับเข้าประเทศหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวมานานเป็นเดือน จนรู้วันที่เดินทางกลับจากประเทศกัมพูชากระทั่งไปจับกุมได้ที่ลพบุรี ในทางการข่าวระบุว่าระหว่างหลบหนีผู้ต้องหาได้เจอกับแกนนำเสื้อแดงทั้งหมด ที่ยังหลบหนีอยู่ในกัมพูชา และแกนนำที่หลบหนีก็อยู่ที่ประเทศนั้นจริง

ผู้ สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวระบุว่าผู้ต้องหาถูกส่งตัวไปฝึกการใช้อาวุธที่ ประเทศไต้หวัน พล.ต.ต.ธนพลกล่าวว่า ทางการสืบสวนผู้ต้องหาให้การรับบางส่วน แต่บางส่วนไม่ได้รับ แต่ทาง การข่าวพอมีข้อมูลที่บอกว่าผู้ต้องหาเคยเดินทางไปไต้หวัน และประเทศจีน รวมถึงการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ อีก ในส่วนของการติดต่อสื่อ สารทางโทรศัพท์มือถือนั้น พนักงานสอบสวนจะเร่งนำซิมการ์ดของผู้ต้องหาไปขยายผลก่อน

-"เทือก"รีบ การันตีไม่ใช่จับแพะ

เวลา 14.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายสุรชัยได้แล้วและสั่งให้กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปสอบสวน ซึ่งนายสุรชัยเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่าได้ปฏิบัติการที่ผิด กฎหมายหลายครั้งในช่วงที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ดังนั้น ยืนยันว่านายสุรชัย เป็นตัวจริง ไม่มีแพะ เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตรงไปตรงมา ส่วนจะโยงคดีอื่นหรือไม่ ต้องรอผลสอบสวนของดีเอสไอก่อน

นายสุเทพกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีบุคคลอีกจำนวนมากที่กระทำผิดและต้องจับกุมตัวมาดำเนินคดี ซึ่งการจับกุมนายสุรชัย เป็นไปตามหลักของกฎหมายที่จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ หากกระทำผิดแล้วลอยนวลไปได้ กฎหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ และบ้านเมืองจะไม่สงบเรียบร้อย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้หลักกฎหมายดำเนินต่อไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรม การผู้สูงอายุแห่งชาติ ถึงข่าวการจับกุมตัวนายสุรชัยว่า ตนได้รับรายงานแล้ว

-ลูก สาวเสธ.แดงซัด-โยนบาป

วันเดียวกัน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล น้องเดียร์ ลูกสาวพล.ต.ขัตติยะ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นายสุรชัย เป็นหนึ่งในทีมงานคนชุดดำที่ก่อเหตุยิงเอ็ม 79 โดยอ้างว่าพล.ต.ขัตติยะ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงว่าไม่ทราบรายละเอียดว่า บุคคลคนนี้ได้ซัดทอดความผิด หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องอะไรที่ผ่านมาให้คุณพ่อแดง "เดียร์ยืนยัน และเชื่อมั่นได้อย่างเดียวว่า คุณพ่อไม่ได้ทำ และที่ผ่านมาเดียร์ก็ไม่เคยเห็นหน้าลูกน้องคนนี้ของพ่อแดง อีกทั้งคุณพ่อก็ไม่เคยพูดถึงบุคคลคนนี้ให้ฟังด้วย ซึ่งที่ผ่านมาคนติดตามหรือลูกน้องที่สนิทหลายๆ คนของคุณพ่อ คุณพ่อจะพูดถึง และเล่าให้ฟังตลอดว่ามีใครบ้าง นิสัยอย่างไรบ้าง"

น.ส.ขัตติยา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาแล้วนั้น ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้รับข่าวว่าจะเชื่อหรือไม่ อย่างไร เพราะที่ที่ยังอยู่ก็สามารถที่จะพูดอะไรต่อมิอะไรได้อย่างมากมาย พูดให้ร้ายใครต่อใครก็ได้ โดยเฉพาะคุณพ่อแดงที่เสียชีวิตไปแล้ว และไม่สามารถที่ลุกขึ้นมาชี้แจง หรือตอบโต้ได้ทำความจริงให้ปรากฏขึ้นมาได้ ทั้งหมดนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่เดียร์เชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดคือสิ่งที่คุณพ่อแดงไม่ได้ทำแน่นอน

"การ ออกมาให้ข้อมูล และซัดทอด คุณพ่ออยู่เบื้องหลัง ตรงนี้ก็เป็นส่วนของพยานบุคคลที่เจ้าหน้าที่จะกันไว้เป็นพยาน ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ แต่กระบวนการในการสอบสวนพยานนั้นเราก็ไม่ทราบว่า เจ้าหน้าที่อาจจะไปบังคับให้เขาพูด หรือซัดทอดหรือเปล่า ตรงนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งขั้นตอนตรงนี้เราก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือทุกคนเชื่อว่าน่าจะมีการบังคับ เพราะสุดท้ายแล้ว ต้องให้คุณพ่อแดงมายืนยันว่า เขาคนนี้เป็นคนสนิท หรือเป็นคนติดตาม หรือเป็นลูกน้องพ่อ ซึ่งพ่อเท่านั้นที่จะเป็นคนที่ทำให้ความจริงปรากฏ แต่พ่อก็ไม่อยู่แล้ว ทุกอย่างก็เป็นเพียงการโยนบาปให้คนตายเท่านั้น และสุดท้ายเชื่อว่า ความจริงจะปรากฏ เพราะทุกอย่างจะเป็นไปตามกรรม" ลูกสาวเสธ.แดงกล่าว

-"อจ.โคม"ปูดใช้ตะวันออกกลาง

เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐ มนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐ มนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีกิจกรรมของคนที่เคลื่อนไหวอยู่ เป็นการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับขีดความสามารถ เวลานี้กำลังตรวจสอบข่าวดังกล่าวอยู่ ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้มีความเคลื่อน ไหวในรูปแบบการสื่อสาร การใช้ข่าวสารและกิจกรรมทางการเมืองเพื่อสร้างแรงกดดันภายในประเทศ โดยอาศัยวิธีการข้ามประเทศข้ามพรม แดนด้วย โดยรวมการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย แต่บางส่วนไปเคลื่อนไหวในประเทศ แถบตะวันออกกลาง การเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียจะใช้วิธีเดินทางไป-มาใน 3-4 ประเทศซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง ซึ่งจะเห็นการเคลื่อนไหวอยู่บ่อยๆ ในลักษณะนัดพบกัน

นายปณิธานกล่าว ว่า สาเหตุที่คนเหล่านี้เคลื่อนไหวในประเทศต่างๆ นั้นเพราะมีความคล่องตัว สะดวก และถ้าเคลื่อนไหวในประเทศจะถูกจับตาและยังมีพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉินควบคุมอยู่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ติดตามอยู่ตลอดเวลา ส่วนข่าวการฝึกอาวุธที่ไต้หวันนั้น คงเป็นการแสวงหาความสามารถบางอย่าง ทั้งนี้ แต่ละประเทศมีกฎหมายควบคุมอยู่ คาดว่าคนเหล่านี้อาจใช้วิธีการความสัมพันธ์ส่วนตัว เพราะการจะเข้าไปฝึกอาวุธคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

-"ธาริต"เตรียมสอบ เส้นทางเงิน

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนธุรกรรมการเงินต้องสงสัย 83 รายชื่อว่า ตนได้กำหนดกรอบการทำรายงานเพื่อเสนอต่อศอฉ. ซึ่งในวันที่ 20 ก.ค. นี้ ดีเอสไอจะสรุปรายงานรอบแรกของผู้ที่เข้าชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว 21 รายว่ารายใดอยู่ในกลุ่มสีดำ เทา หรือขาว ซึ่งผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มสีขาวจะเสนอให้ศอฉ.ปลดรายชื่อออกจากบัญชีต้อง ห้ามทำธุรกรรมการเงิน ส่วนกลุ่มที่อยู่ในสีเทาจะพิจารณาเป็นรายกรณี เนื่องจากยังมีความจำเป็นต้องตรวจสอบต่อว่าธุรกรรมที่ชี้แจงไม่ได้ผิดกฎหมาย หรือไม่ สำหรับกลุ่มสีดำจะแจ้งข้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของผู้ที่ยังไม่ติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ดีเอสไอจะให้เวลาจนครบกำหนด 60 วัน จึงจะดำเนินคดีในข้อหาขัดหมายเรียกของศอฉ. พร้อมทั้งจะพิจารณา ว่าสมควรจัดอยู่ในข่ายกลุ่มสีดำหรือไม่

นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่ติดต่อเข้าชี้แจงหรือมอบอำนาจให้ทนายความเข้าชี้แจงธุรกรรมการ เงินนั้น ดีเอสไออยากให้ความเป็นธรรมโดยจะให้เวลาในกรอบ 60 วันเช่นเดียวกับรายอื่น พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่มีรายชื่อทุกคนเข้าชี้แจง เพื่อไม่ให้ต้องดำเนินคดี

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบการเงินและข้อมูลความเชื่อมโยงของนายสุรชัยว่า ดีเอสไอกำลังตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ และข้อมูลทางการเงิน แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่พบความเคลื่อนไหวทางบัญชีการเงินของเสธ.แดง แต่คดีก่อการร้ายเป็นการกระทำในลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยง จึงต้องดูภาพรวมทั้งหมด หากมองแบบแยกส่วนจะมองภาพรวมไม่ออก

-"พงศ์ เทพ"ชี้อันตรายพรก.ฉุกเฉิน

ที่ห้องประชุมประชาธิปก สถาบันพระปก เกล้า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดสัมมนา เรื่อง "ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินกับสิทธิในสังคมไทย" โดยมีนักวิชาการและนักการเมืองเข้าร่วมสัมมนา

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ และประธานมูลนิธิ บ้านเลขที่ 111 กล่าวว่า เราจะเห็นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องใช้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ผ่านมาการใช้กฎหมายดังกล่าวถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างมาก อีกทั้งระยะเวลาการใช้ประกาศดังกล่าว ต้องใช้ในช่วงจำกัด ไม่ได้ใช้ไปเรื่อยๆ จน 2-3 ปี เมื่อเห็นว่าสถานการณ์สงบ นายกฯ ควรประกาศยกเลิกโดยเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้ยืดเยื้อ เพราะอาจถูกมองว่าพยายามบิดเบือนการบริหารประเทศโดยปกติ

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า กรณีที่มีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐสามารถจับกุมและควบคุมผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนได้ เป็นเวลา 30 วัน ที่ผ่านมาถูกควบคุมไปหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แม้กระทั่ง นายวสันต์ สายรัศมี อาสาสมัครกู้ภัยที่เห็นเหตุการณ์วัดปทุมวนาราม ก็ถูกศอฉ.เรียกไปรายงานตัว แทนที่จะเชิญตัวไปสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การปฏิบัติเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน ส่วนที่มีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลที่ศอฉ.อ้างว่าเกี่ยวข้องกับ กลุ่มนปช. แทนที่ผู้สั่งการเรื่องนี้จะเป็นนายกฯ เพราะในกฎหมายได้ให้อำนาจนายกฯ เป็นผู้ออกคำสั่งเพียงผู้เดียว แต่เป็นพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ออกคำสั่งแทน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่วิธีบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเห็นตัวอย่างมาแล้ว อาทิ เหตุการณ์เดือนพ.ค. ที่มีประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

-แนะมี องค์กรตรวจสอบ-ถ่วงดุล

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ไฟยังไม่มอด ทำให้รัฐบาลต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 19 จังหวัดอยู่ รวมทั้งสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ หากยกเลิก พ.ร.ก. ขบวนการใต้ดินจะโผล่ขึ้นมาเคลื่อนไหวอีกและรัฐจะทำอะไรไม่ได้ โดยตอนนี้จังหวัดที่ไม่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เริ่มมีกลุ่มบุคคลออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ทำให้นายกฯไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ เพราะไปที่ไหนก็ไม่มีปลอดภัย

นายศุภชัย กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ ไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจเอาไว้ แต่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ต้องการให้กลุ่มบุคคลใดออกมาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

นายพร สันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ กล่าวว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินถือว่ามีปัญหาในแง่ของตัวกฎหมาย รวมทั้งการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ควรมีองค์กรตรวจสอบการประกาศใช้ เพื่อจะได้ไม่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการใช้กฎหมาย และไม่มีการใช้กฎหมายเกินกว่าเหตุ อาทิ มาตรา 4 ใน พ.ร.ก.ดังกล่าว คำนิยามว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือว่ามีความกำกวมไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นคำที่มีความหมายกว้าง อีกทั้งถ้าประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวทั้งที่ไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน

นายพรสันต์ กล่าวว่า ควรมอบหมายองค์กรที่เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงของสถานการณ์ ว่าประเทศตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินจริงหรือไม่ ก่อนจะประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งในต่างประเทศหากจะประกาศใช้กฎหมายในลักษณะเช่นนี้ จะนำเข้าที่ประชุมสภาก่อน เพื่อถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร

-คณิต เตรียมเดินสายอุดร-อุบล

เวลา 17.50 น. ที่ รร.แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรม การอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) แถลงหลังการประชุมนัดที่ 2 ว่า ขณะนี้คอป.รอนายกรัฐมนตรี ลงนามในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะลงนามภายในสัปดาห์หน้า จากนั้น ตนจะแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ แล้วจะนำกรรม การทุกคนไปเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อขอพรผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา และจะเริ่มงานได้ทันทีโดยมีสำนักงานอยู่ที่อาคารบี ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ภารกิจแรกจะค้นหาความจริงในเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.53 โดยจะใช้ข้อมูลทั้งหมดที่ได้ข้อสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็น เอกสาร ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและจากฝ่ายผู้ชุมนุม รวมทั้งประชาชนทั่วไป ซึ่งนายวีระ มุสิกพงศ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ยินดีที่จะให้ข้อมูล โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้างในช่วงนั้น พร้อมกันนี้จะขอข้อมูลรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมว่าเป็นใครมาจากไหน เพื่อที่กรรมการคอป.จะลงไปเยี่ยม เพื่อสอบถามข้อมูล เพราะถือว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งกายและจิตใจ

"ผม ตั้งใจจะไปจ.อุดรธานี เพราะที่นั่นมีเผาศาลากลางจังหวัด และ จ.อุบลราชธานี รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่ผู้ได้รับผลกระทบที่ชุมชนบ่อนไก่ก็จะไปพบเช่นกัน ส่วนที่มองว่าไม่มีคนเสื้อแดงอยู่ในคณะกรรมการแล้วผลสอบจะไม่ได้รับการยอม รับนั้น ขออย่าให้มองไปไกลขนาดนั้น ขอให้ดูการทำงานของเราก่อน เราไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำเป็นเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ผมเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งคนเราจะลดดีกรีลง พูดกันได้มากขึ้น อย่าไปคาดหมายว่าคนนั้นจะรับไม่ได้" นายคณิต กล่าว

-ชี้จำเป็นต้อง เชิญต่างชาติร่วมสอบ

นายคณิต กล่าวว่า แม้ระเบียบสำนักนายกรัฐ มนตรีจะให้อำนาจคอป.ในการเรียกพยานหลักฐาน รวมทั้งเอกสารต่างๆได้แต่ตนก็จะไม่พยา ยามใช้อำนาจ แต่จะใช้ความนุ่มนวล เพราะไม่ต้องการให้คอป.ใช้อำนาจบีบบังคับเหมือนตำรวจ หรือดีเอสไอ ที่มักออกหมายอยู่บนโต๊ะทำงาน แต่เราจะเดินทางไปพบเพื่อขอความร่วมมือด้วยตัวเอง

นายสมชาย หอมลออ กรรมการคอป. กล่าวถึงการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมทีมตรวจสอบว่า ถือว่ามีความจำเป็น โดยจะเชิญมาช่วยงานเฉพาะด้าน เช่น ตรวจสอบวิถีกระสุน ตรวจวัตถุพยาน รวมทั้งจะนำผลการตรวจสอบร่วมพิจารณากับผลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนพยานที่จะมาให้ข้อมูลกับทางกรรมการนั้นยืนยันว่าจะให้ความคุ้มครองอย่าง เต็มที่โดยจะไม่เปิดรายชื่อ หรือต้องการให้กรรมการไปพบที่ใดก็ให้ติดต่อมา

-"ตู่"ทำ บุญไถ่ชีวิตโค-กระบือ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยเพื่อนส.ส. น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส. ปทุมธานี เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้มาไถ่ชีวิตโคกระบือ จำนวน 4 ตัว ที่บริษัท พ.บางกอกฟาร์ม จำกัด ตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยนายจตุพร ได้ไถ่ชีวิตโคกระบืออย่างละ 1 ตัว และเพื่อน ส.ส.ก็ได้ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือเหมือนกัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นาย อภิสิทธิ์สั่งการให้ทหารสลายม็อบ

นอกจากในวันนี้ยังมีครอบครัวของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ได้มาไถ่ชีวิตโคกระบือจำนวน 4 ตัว และได้มีชาวบ้านย่านตำบลบางคูวัดได้มาไถ่ชีวิตโคจำนวนหนึ่งตัว โดยระบุว่ามาไถ่ชีวิตโคให้นายกฯอภิสิทธิ์ด้วย เนื่องจากกลัวว่าจะถูกลอบยิงจึงได้มาไถ่ชีวิตโคเพื่อให้มีความปลอดภัย

ที่มา ข่าวสดออนไลน์


คำค้น
มือเอ็ม79ซัดทอด| เสธ.แดง| ลูกสาวโต้โยนบาป| | Thainews
 
 
 
ไม่มีความเห็น
 
 

ข้อมูลในหมวดเดียวกัน
มาร์คโต้ ฮุนเซนเปรียบจับมือแต่โดนเหยียบเท้า [8]
ศิริโชค รับแล้ว คุยกับบูท เมียหมี มีเทปลับ [27]
เขมรโต้ข่าว นายกบอกตึงเครียด จากกัมพูชาล้ำ [30]
เจาะห้องนิรภัย ฉกทอง500 มูลค่านับสิบล้าน [42]
รวบโจ๋รุมฆ่าอริในร้านเน็ตได้ทันควัน 9 ยังหนีอีก 1 [296]


 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1

แสดงความเห็นต่อข่าวนี้


ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :

รหัสยืนยันข้อความ
CAPTCHA Image
<<ใส่รหัสที่มองเห็นด้านซ้ายมือ ในช่องด้านล่าง เพื่อยืนยันข้อความของท่าน

หากมองไม่เห็นรหัสกรุณา Refresh เพื่อเรียกรหัสใหม่
    

 

 

 

เกมส์ หาเพื่อน แชท ฟรีบล็อก ฝากรูปฟรี To Talk ฟังเพลง คลิป โปรโมทเว็บฟรี ข่าว สาระความรู้ แต่งhi5 กลอน เว็บบอร์ด รูปภาพ ดารา ดูทีวีออนไลน์ ดาวน์โหลด เทคโนโลยี มือถือ