ค้นหาข่าว/บทความ
โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ก.ค. 2553 โพสต์โดย : Administrator เปิดอ่าน : 129 / 0 ความเห็น คะแนนของข่าวนี้ -ไม่มีผลโหวต-
สมาชิก
ปลด ป้าย! ถนนราชประสงค์ แก้ย้ำ 90 ศพ
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตปลด ป้าย! ถนนราชประสงค์ แก้ย้ำ 90 ศพ.....ปลด ป้าย! ถนนราชประสงค์ แก้ย้ำ 90 ศพ สกัดผูกผ้าแดง "นที"แฉถูกตร.หิ้ว ทุกคนมีสิทธิพูด "ฉุกเฉิน"คุกคาม 5นศ."เชียงราย" ทำบุญ2ด.ทมิฬ ถอดป้าย - กทม.ถอดป้ายสี่แยกราช ประสงค์ ออกแล้ว เมื่อวันที่ 19 ก.ค. อ้างว่านำไปทำความสะอาด ขณะที่ตำรวจจัดกำลังเฝ้าเข้มงวด ป้องกันประชาชนนำริบบิ้นแดงไปผูก ปลด ทิ้งป้ายสี่แยกราชประสงค์ แก้ปัญหาการชุมนุมเพื่อตอกย้ำมีคนถูกฆ่าตาย 90 ศพ และสกัดไม่ให้ผูกผ้าแดงอีก "นที สรวารี" นักกิจกรรมเพื่อคนเร่ร่อนแฉนาทีถูกตำรวจหิ้ว ขณะตะโกน "ทุกคนมีสิทธิ์พูด" แข่งเสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่ แม่น้องเกดร่วมรำลึก 2 เดือนทมิฬจุดเทียนที่ราชประสงค์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกฤทธิ์ที่เชียงราย ตำรวจออกหมายเรียก 5 น.ศ.- น.ร.ข้อหาชูป้ายค้านพ.ร.ก.ติดหนวด จากกรณีกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ และเครือข่ายวันอาทิตย์สีแดง ได้นัดมาร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าสีแดงและจุดเทียนสีแดง ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เพื่อร่วมรำลึกและตอกย้ำว่าสถานที่แห่งนี้มีคนตาย เนื่องจากถูกล้อมปราบปราม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวาง นอกจากนี้ นายนที สรวารี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวข้อหาส่งเสียงดัง ขณะตะโกนว่า "ที่นี่มีคนตาย" แข่งกับเสียงประกาศเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ -"นที สรวารี"เผยนาทีถูกตร.รวบ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายนที สรวารี นายกสมาคมกิจกรรมสร้างสรรค์อิสรชน กล่าวถึงกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินีจับกุมตัว ขณะร่วมกิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดง" บริเวณสี่แยกราชประสงค์ว่า ตนเคลื่อนไหวร่วมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ มาตลอด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตนไปร่วมกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง โดยไปถึงตั้งแต่เวลาประมาณบ่าย 2 โมง ซึ่งขณะนั้นทุกอย่างยังนิ่งอยู่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาความปลอด ภัยอยู่จำนวนหนึ่ง ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่นั่งรอผู้ร่วมกิจกรรมคนอื่นๆ อยู่บริเวณหน้าห้างเกษรพลาซ่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มประ กาศผ่านเครื่องขยายเสียง และให้รถเครื่องขยายเสียงเคลื่อนมากดดันผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ประมาณ 20-30 คน ตนจึงตะโกนตอบโต้กลับไปด้วยปากเปล่าว่า"ที่นี่มีคนตาย ผมเห็นที่นี่ถูกเผา ผมเห็นคนถูกยิงที่นี่ เอาชีวิตเพื่อนผมคืนมาแล้วเราจะปรองดองด้วย พูดเสร็จก็พยายามเดินเข้าหามวลชน เพราะรู้ว่าวิธีการแบบนี้ต้องโดนตำรวจเข้าชาร์จตัวแน่ๆ แต่ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบล็อกตัวแล้วจับขึ้นรถ นำไปที่สน.ลุมพินี ขณะอยู่บนรถตนพยายามถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจับตนด้วยข้อหาอะไร ก็ไม่ได้รับ คำตอบ จนกระทั่งมาถึง สน.ลุมพินี ตำรวจคนหนึ่งบอกว่า ผู้กำกับ หรือคนที่สั่งให้จับตน ต้องการเอาพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาดำเนินการกับตน แต่ทำ ไม่ได้ เลยดำเนินคดีข้อหาส่งเสียงดังเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ แล้วปรับเงิน 100 บาทแทน หลังจากนั้นก็ปล่อยตัว ผมจึงกลับมาร่วมกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงตามเดิม" -ย้ำมีคนเร่ร่อนเสีย สติถูกยิงล้ม นายนที กล่าวต่อไปว่า ตนไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางการต่อสู้ของตน แต่หลังจากที่มีความสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น จึงคิดว่าต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง "มีคนถามว่า สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ ผมบอกว่า ผมดูแลเรื่องคนเร่ร่อนอยู่ ผมเห็นภาพข่าวคนเสียสติคนหนึ่งถูกยิงล้ม บริเวณแยกดินแดง และมีคนเร่ร่อนที่สนามหลวงซึ่งไปร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์และรอดชีวิตกลับมา มาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนเขาไม่น้อยกว่า 6-9 คน ตายในเหตุการณ์นี้ เราทำงานกับคนกลุ่มนี้ ในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนเรา เราก็ต้องออกมาเรียกร้องว่า เราเห็นเพื่อนเราถูกทำให้ตายที่นี่ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลหรือทหารเป็นคนฆ่า แต่ผมบอกว่าเพื่อนผมตายในเหตุการณ์ มูลเหตุคือมีการชุมนุม และการชุมนุมนั้นอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาล รัฐาลจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้" นายนที กล่าวต่อว่า ตนเคยประกาศในเฟซ บุ๊กว่า ถ้ารัฐยังคุกคามสิทธิพลเมือง กลุ่มตนก็จะท้าทายอำนาจรัฐต่อไป เมื่อคนในประเทศมีความคิดไม่ตรงกัน วิธีการที่ดีที่สุดของคนที่มีอำนาจในมือ คือ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูดบนสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่ทำสถานการณ์ให้เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ เมื่อสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต้องมีสิทธิ์พูดได้ มีสิทธิ์แสดงความเห็นได้ ไม่เช่นนั้นแล้วคนก็จะรับสารเพียงด้านเดียว บนพื้นฐานที่รัฐบอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตอนนี้สังคมต้องการข้อมูล รัฐต้องเชื่อมั่นว่า พลเมืองมีสติปัญญาเทียบเท่ากับเขา ต้องเชื่อมั่นว่าไม่มีใครสามารถชี้นำพลเมืองได้ ถ้ารัฐยังไม่ปลดล็อกเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็น่าสงสัยว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อยากให้ประชาชนรับรู้หรือไม่ -ถอด ป้ายราชประสงค์-อ้างล้าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการทำกิจกรรมผูกผ้าแดงที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกเหยื่อที่ถูกฆ่า-ถูกยิงที่สี่แยกแห่งนี้ ท่ามกลางการอารักขาขัดขวางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปรากฏว่าหลังจากนั้น ป้ายสี่แยกราชประสงค์ก็ถูกเจ้าหน้าที่ถอดเก็บออกไป ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังคิดว่าจะนำป้ายชื่อ"ที่นี่มีคนตาย"ไปติดแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายวรพจน์ อินทุลักษณ์ ผอ.เขตปทุมวัน เปิดเผยว่า ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตปลดป้ายบริเวณแยกราชประสงค์ ฝั่งห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่าออก เนื่องจากตรวจสอบพบว่าป้ายดังกล่าวถูกพ่นสเปรย์สีต่างๆ อาทิ สีขาว สีดำทับคำว่าราชประสงค์ ซึ่งทำให้สภาพป้ายไม่มีความสวยงาม จึงสั่งปลดและส่งต่อไปยังสำนักงานจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม.ดำเนินการแก้ไข และทำความสะอาด ซึ่งได้ส่งป้ายไปให้ สจส. แล้วเมื่อเวลา 17.00 น. เบื้องต้นคาดว่าจะทำความสะอาดและกลับมาติดตั้งได้ภายใน 2-3 วันนี้ นายวรพจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำลายป้ายแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นสมบัติของทางราชการ ทางเขตปทุมวันได้แจ้งความไว้ที่ สน. ลุมพินี เพื่อให้ตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นตนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคล หรือเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายใดเป็นคนทำลาย ส่วนเรื่องการตรวจสอบหาผู้ทำผิดนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่จะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม การปลดป้ายดังกล่าวไม่ได้มีคำสั่งจากนักการเมือง หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด -พท.อัดจับนที-ทำเกิน กว่าเหตุ เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายนทีที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อเย็นวันที่ 18 ก.ค. ว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่เข้าจับกุมนายนที ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะการแสดงตัวเข้าจับ กุมผู้กระทำความผิดใด จะต้องแสดงตัวการเป็นเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสิทธิที่ผู้ต้องหาพึงมี พร้อมเชิญให้ไปที่สถานีตำรวจ จากนั้นก็เปิดโอกาสให้ติดต่อกับทีมงานด้านกฎหมายเพื่อให้โอกาสการต่อสู้คดี อย่างเป็นธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอเหตุ การณ์ที่นายนที ถูกจับกุม ซึ่งเป็นคลิปที่ไม่ได้ถูกตัดต่อ จะเห็นได้ชัดเจนว่านายนที ไม่ได้พกพาอาวุธ มีเพียงมือเปล่า เพียงแค่พยายามตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรม โดยระบุว่าขอให้ฟังเขาบ้างเท่านั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบซึ่งไม่ได้แสดงตัว แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เข้ารวบตัวแล้วอุ้มนายนทีเข้าไปขังในรถควบคุมผู้ต้องหาของสน.บางโพงพาง ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียง (1)2 เดือน - ประชาชนกว่า 100 คนจุดเทียนอ่านบทกวีรำลึกครบรอบ 2 เดือนการเสียชีวิต 90 ศพที่แยกราชประสงค์ ตอนค่ำวันที่ 19 ก.ค. มีนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน้องเกดร่วมอาลัยด้วย (2)ตอก ย้ำ - พรรคเพื่อไทยจัดนิทรรศการ 7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน โดยจำลอง เหตุการณ์คนเสื้อแดงใช้หนังสติ๊กยิงสู้กับหน่วย สไนเปอร์บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจัดที่สำนัก งานพรรค เมื่อวันที่ 19 ก.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่อ้างว่าการควบคุมตัวครั้งนี้ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ต้องย้ำว่าอำนาจตามพ.ร.ก.ไม่ได้มีศักดิ์และสิทธิ์สูงไปกว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการบัญญัติในเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเอาไว้ชัดเจน การใช้อำนาจอย่างนี้ถือว่าไม่มีความเป็นธรรม และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการคงอำนาจครอบจักรวาลของพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้เพื่อ ควบคุมกดขี่ และละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจน -เปิดคลิ ปแฉ-ตร.นอกเครื่องแบบ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดนายกฯระบุว่าอาจจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุก เฉิน ก่อนกำหนด แต่เย็นวันเดียวกันกลับมีการใช้อำนาจละเมิดสิทธิประชาชนเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนใน ทันที และต้องตั้งคำถามว่านายนที ถูกจับกุมด้วยข้อหาอะไร เรื่องนี้สอดคล้องกับกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสุรชัย เทวรัตน์ จากนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นำคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ในขณะที่นายนที ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าจับกุม โดยภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจของบก.น.5 ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง แจ้งให้ทราบถึงการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นการชุมนุมจะต้องไม่ก่อความไม่สงบ ไม่เช่นนั้นจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นจึงมีเสียงของนายนที ตะโกนระบุว่า "เห็นคนถูกยิงที่แยกราชประสงค์ หากอยากรู้ความจริงต้องเปิดโอกาสให้พูดบ้าง และขอให้ฟังพวกเราบ้าง" จากนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้ามาจับกุมโดยไม่ได้แสดงตน หรือแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพียงแต่ล็อกตัวแล้วหามตัวนายนทีไปขังไว้ในรถควบคุมผู้ต้องหาสน.บางโพงพาง นายนที พยายามตะโกนบอกให้ปล่อยตัว แล้วสอบถามว่าจับกุมด้วยข้อหาอะไรและระบุว่าตนมาคนเดียว ไม่ได้มา 5 คน จึงไม่น่ามีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไม่สนใจและควบคุมตัวไป -เสื้อแดงทำบุญ 2 เดือนเหยื่อตาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน นายกลิ่น เทียนยิ้ม เจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ใน จ. สมุทรปราการ ตัวแทนกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. และวันที่ 19 พ.ค.2553 ได้จัดให้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ที่ศาลา 2 วัดหัวลำโพง ถ.พระราม 4 แขวง - เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งคณะผู้จัดงานได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธี และมีประชาชนและญาติผู้เสียชีวิตเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน บรรยากาศภายในงานมีญาติๆ ต่างนำรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตมาตั้งไว้ที่ด้านในศาลา และจัดดอกกุหลาบสีแดงประดับไว้อย่างสวยงาม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธี ได้กล่าวว่างานที่ทางกลุ่มญาติๆ ผู้เสียชีวิตจัดขึ้นนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การ สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในวันที่ 10 เม.ย.ที่แยกคอกวัวและวันที่ 19 พ.ค.2553 ที่ราชประสงค์ และเป็นการทวงถามหาความเป็นธรรมและความคืบหน้าของการตรวจสอบในเหตุการณ์ที่ ทำให้ผู้เสียชีวิตจำนวนมากและยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่าพันคนที่ได้รับ ความเดือดร้อนและรอการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาโดยด่วนด้วย หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีการ คณะกรรมการจัดงานได้จัดให้ญาติๆ และประชาชนที่มาร่วมงานนำดอกกุหลาบสีแดงมาวางที่หน้ารูปถ่ายของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งนำแผ่นภาพหาสียงของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครเป็น ส.ส.กทม.เขต 6 ของพรรคเพื่อไทย มาแจกให้ผู้ร่วมพิธีด้วย -แฉน.ร.-น.ศ.เชียงราย ถูกหมาย วันเดียวกัน นายธนิต บุญญนสินีเกษม แกนนำกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเด็กนักเรียน นักศึกษาจำนวน 5 คน ออกมาถือป้ายกระดาษที่มีข้อความว่า"พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องคงไว้ เพื่อไม่ให้ควาามจริงปรากฏ", "นายกครับอย่ายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินนะ ไม่งั้นรบ.จะพัง" บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล 1 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงรายว่า ขณะนี้ตนและเด็กอีก 5 คนถูกออกหมายเรียก เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด, รวมทั้งเสนอข่าวสาร, ทำให้แพร่หลาย ซึ่งสิ่งพิมพ์หรือสิ่งอื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือน ข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความเรียบ ร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน -บุกค้นบ้านยึดโน้ต บุ๊กเด็กม.5 นายธนิต เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เด็กทั้ง 5 คนประกอบด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2 คนชื่อหนึ่ง และก๊อต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 2 คน ชื่อเนย์ กับปริ้นซ์ และเด็กนักเรียนชั้นม.5 อีก 1 คนชื่อโอเล่ นัดหมายกันทางเฟชบุ๊ก โดยไม่รู้จักกันมาก่อน จะรู้จักแต่เพียงคนที่เรียนที่เดียวกันเท่านั้น นัดหมายกันเวลา 09.00 น. ถือป้ายกระดาษข้อความดังกล่าวและสวมหน้ากาก พวกเขายืนถือป้ายเกือบ 1 ช.ม. จึงแยกกลับบ้าน และพบกับตนที่ตลาด เด็กจึงเข้ามาพูดคุยในฐานะที่เคยเห็นหน้ากันในที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมา ก่อน แต่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว หลังจากนั้นโอเล่ ก็ถูกทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครอง เพื่อสอบถามว่าได้ไปร่วมถือป้ายจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ลงโทษอะไร เพราะถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ต่อมาช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จากสภ. เมืองเชียงราย เดินทางเข้าตรวจค้นที่บ้านโอเล่ พร้อมทั้งจะยึดโน้ตบุ๊ก และจะนำตัวไปโรงพัก แต่ทางบ้านเด็กไม่ยอม เพราะตำรวจไม่มีหมายเรียก จากนั้นวันที่ 18 ก.ค.ช่วงบ่าย ตนได้ถูกออกหมายเรียกพร้อมทั้งเด็กอีก 5 คน ให้ไปรายงานตัววันที่ 20 ก.ค.เวลา 10.00 น. "ผมสอบถามน้องๆ ว่าทำไมถึงออกมาถือป้าย เขาบอกว่า รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐมักทำงาน 2 มาตรฐาน โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเสนอเข้าไปจะได้รับการตอบสนองหรือไม่ เลยคิดว่าการออกมาถือป้ายตรงนี้จะทำให้เสียงเขาดังขึ้นมาบ้าง เขารู้สึกว่าเสียงของคนต่างจังหวัดดังน้อยกว่าคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ มาก" นายธนิต กล่าว -ส.ว.ห่วงล่ามโซ่นปช.-ละเมิดสิทธิ์ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ เป็นประธาน ได้เชิญ นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา จากเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.2553 อธิบดีกรมราชทัณฑ์มอบหมายให้นายกอบเกียรติ กลิวิวัฒน์ รองอธิบดี มาชี้แจงแทน เปิดใจ - นายนที สรวารี เครือข่ายวันอาทิตย์สีแดง เปิดใจถึงเหตุการณ์โดนตำรวจจับกุมด้วยข้อหาตะโกนเสียงดัง ขณะไปทำกิจ กรรมรำลึกเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิพูด กรรมการหลายคน อาทิ พล.ต.ท.พิชัย สุนทร สัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี นายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว. พัทลุง นางกีระณา สุมาวงศ์ ส.ว.สรรหา นายสุโข วุฒิโชติ ส.ว.สมุทรปราการ แสดงความเป็นห่วงเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีการชุมนุมทางการเมือง ที่มีการล่ามโซ่ตรวนตอนไปขึ้นศาล ทั้งที่ศาลยังไม่ตัดสิน เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุมหรือคนอื่นๆ เข้ามอบตัวเองจึงไม่น่าจะหลบหนี รวมทั้งได้สอบถามถึงจำนวนผู้ต้องหาคดีชุมนุมทางการเมืองที่เป็นชาวต่างชาติ มีจำนวนกี่คน และปฏิบัติต่อผู้ต้องหาอย่างไร รวมถึงกรณีการควบคุมตัวในต่างจังหวัด มีมาตรฐานเหมือนในส่วนกลางหรือไม่ -ราชทัณฑ์ อ้างทำตามระเบียบ นายกอบเกียรติ ชี้แจงว่า ระเบียบการควบคุมตัวเป็นไปตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ปี 2479 โดยมีหลักคือเพื่อป้องกันการหลบหนี เพื่อคุมตัวขึ้นศาล เพื่อป้องกันการทำร้ายคนอื่นและให้เป็นไปตามสภาพเรือนจำ กรณีนี้ต้องดำเนินการตีตรวนเพราะกลัวว่า ผู้ต้องหาอื่นๆ ในที่คุมขังจะทำร้ายผู้ถูกกล่าวหา แต่ราชทัณฑ์ไม่ได้กลัวผู้ถูกกล่าวหาสร้างปัญหา ฝ่ายราชทัณฑ์ก็เป็นห่วงเรื่องการสร้างความปรองดองในชาติเช่นกัน แต่ราชทัณฑ์อยู่ตรงกลาง เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งคอยจับตาดูว่าแกนนำที่โดนจับอยู่สบายเกินไปหรือไม่ หรืออาจมีใครมาหลิ่วตาให้ผู้ถูกคุมขังคนอื่นไปทำร้าย ฉะนั้นก็ต้องทำไปตามกฎหมายที่มีอยู่เพื่อเป็นคำตอบว่าไม่เอนเอียง รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ความจริงมีเป็นพันคดีที่เวลาไปขึ้นศาลก็ใส่ตรวน แต่สื่อไม่จับตา แต่พอเป็นเรื่องการเมืองมีคนจับจ้องเป็นพิเศษ โดย กรณีนายวีระ มุสิกพงศ์ อายุเกิน 60 ปี จึงไม่ตีตรวน ส่วนน.พ.เหวง โตจิราการ อายุ 59 ปี แต่ทำเรื่องขอผ่อนผันว่าไม่สบาย จึงไม่ตีตรวน ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคนอื่นๆ ก็ทำไปตามปกติ แต่สาธารณะไม่เข้าใจในระเบียบของราชทัณฑ์จึงตำหนิมามาก นอกจากนี้ยืนยันว่า ไม่ได้มีอันดับผู้ต้องหาจากคดีการเมือง แต่แกนนำ 11 คนก็ให้แยกไปตามแดนต่างๆ ตามกฎกระทรวงข้อ 43 นายกอบเกียรติ กล่าวว่า ส่วนชาวต่างประเทศในคดีการชุมนุม มี 2 รายคือ นายคอนเนอร์ เดวิด ชาวออสเตรเลีย ที่สู้คดีอยู่ ส่วนนายเชฟเฟอร์ ชาวอังกฤษศาลปล่อยตัวแล้ว หลังจากคุมขัง ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 45 วัน ส่วนการคุมตัวในราชทัณฑ์ 7 จังหวัด ในส่วนการคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามพ.ร.ก. จะผ่อนปรนกว่าการคุมตัวที่สถานีตำรวจและทัณฑสถาน จึงขอให้มั่นใจได้ว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าทำไม่ดีวันนี้ข่าวไปไว รู้กันทั่วประเทศแน่นอน -ส.ว.ชี้แตกแยกเพราะหาว่าล้มเจ้า จากนั้น กรรมการหลายคน นำโดยนายจิติพจน์ จึงมีมติ 2 ข้อเพื่อเสนอไปยังรัฐบาล คือ 1.ต้องไม่นำภาพผู้ต้องหาที่ถูกโซ่ตรวนเผยแพร่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงคดีอื่นๆ ด้วย เพราะละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2.การควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาระหว่างการพิจารณาคดี ไม่ควรใช้วิธีที่กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่น การตีโซ่ตรวน เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่บัญญัติว่า ผู้ถูกกล่าวหายังไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะตัดสิน อย่างไรก็ดี ขอให้ดูเป็นกรณีๆ ด้วยว่า ที่มาข้อกล่าวหาของผู้ต้องหาคนนั้นเป็นเรื่องอะไร เป็นคดีการเมืองหรือไม่ พฤติกรรมผู้ถูกกล่าวหาเป็นอย่างไรแล้ว จึงใช้ดุลพินิจในการเลือกใช้การวิธีควบคุมตัว และอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งนายกอบเกียรติ กล่าวว่า ปกติรูปผู้ต้องขังออกจากราชทัณฑ์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่มีภาพในสื่อ เพราะเป็นการแอบถ่าย ส่วนกรณีวิธีการควบคุมตัวจะนำข้อเสนอของวุฒิสภาส่งไปยังรัฐบาลและพร้อม ปฏิบัติตาม ในช่วงท้าย นายจิตติพจน์ แจ้งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง มีหนังสือแจ้งมาว่า พร้อมจะมาชี้แจงกับคณะกรรมการในการประชุมครั้งต่อไป การประชุมในช่วงบ่าย เปิดโอกาสให้ส.ว. และผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ส.ว. หลายคน ทั้งนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี เห็นเหมือนกันว่าแผนปรองดอง คณะกรรมการปรองดอง ไม่เกิดประโยชน์ จะเป็นแค่วิทยานิพนธ์ให้นักวิชาการ และสภาพปัจจุบันไม่สามารถปรองดองได้เพราะรัฐบาลยังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี กล่าวว่า บ้านเมืองที่แตกแยกทุกวันนี้ เพราะมีการไปกล่าวหาว่าอีกฝ่ายล้มเจ้า ล้มสถาบัน และควรก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้แล้ว ไม่ควรไปด่าทุกวัน โดยเฉพาะในสื่อรัฐ อยากสะท้อนเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล ถ้ายังทำเรื่องใส่ร้าย และยังย้ำถึงเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เรื่อยๆ ความปรองดองมันไม่มีทางเกิดขึ้นเลย -"สมยศ"อัดสื่อเลือกข้าง-แม่มด นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการส่งผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะสื่อบางแห่งที่ทำตัวเป็นผู้พิพากษา จนสังคมมีความเชื่อเช่นนั้น เช่นมีการกล่าวหาคนเสื้อแดงเป็นพวกหางแดง เป็นสมุนคนนั้นคนนี้ ที่สำคัญการพิจารณาคดีความมีการนำการวินิจฉัยของสื่อมาประกอบการพิจารณามา ด้วย ตนก็เคยได้รับผลกระทบตรงนี้จนสังคมมีความเชื่อเช่นนั้น ล่าสุด ขบวนการแม่มดเกี่ยวกับน้องมาร์ค วี 11 จึงอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบด้วย นายสมยศ กล่าวว่า การปรองดอง ถูกนำเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการกลบเกลื่อนความจริงหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสลายการชุมนุม เพราะหากต้องการจะปรองดองจริง เมื่อรัฐบาลประกาศแผนออกมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. แต่ภายหลังกลับมาสลายการชุมนุม ตนมองว่า ความขัดแย้งทางความคิดจะทำให้สังคมก้าวหน้า เพราะทำให้คนมาถกเถียงกันด้วยเหตุผล แต่ตอนนี้คู่กรณีกลับถูกไล่ล่า มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดการ การปรองดองเกิดไม่ได้ภายใต้บรรยากาศการบิดเบือน การสร้างความน่าสะพรึงกลัว การไม่มีสิทธิเสรีภาพ มีการปิดสื่อหมด ภาพลักษณ์ของประ เทศกลายเป็นประเทศเผด็จการ -เพื่อไทยจัดนิทรรศการ อัดมาร์ค เวลา 10.00 น. พรรคเพื่อไทยได้จัดนิทรรศการ "7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชา ชน" ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชั้น 1 และชั้น 2 อาคารบีบีดี บิลดิ้ง ถนนพระราม 4 ระหว่างวันที่ 19-26 ก.ค. เพื่อสื่อถึงความเจ็บปวดของประชาชน ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ภายใต้แนวคิดของสีขาวและสีดำ โดยสีขาว จะบ่งบอกถึงชีวิตอันบริสุทธิ์ ที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำร้ายหรือหยิบยื่นความตายให้ และสีดำ สื่อถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น ความแตกแยกและสังคมสองมาตรฐาน โดยแบ่งเป็น 7 โซน เมื่อเดินเข้าพรรคบริเวณประตูทางเข้าชั้น 1 จะพบกระถางธูปพร้อมรูปถ่ายของโลงศพสีแดงหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ผู้เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินในวันที่ 10 เม.ย. เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้จุดธุปเทียนเคารพศพผู้เสียชีวิต จากนั้นจะพบกับกระดาษสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดบริเวณประตูทางเข้าชั้น 1 ซึ่งจะเป็นโซนที่ 1 ในหัวข้อวาทกรรมอำมหิตและสองมาตรฐาน ที่มีรูปนายอภิสิทธิ์ สวมกอดกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความ "คนไทยโชคดีที่ได้นายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์" ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมข้อความ "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง... ทหารจะไม่เข้าไปยุ่ง" ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พร้อมสรุปคำพูดและฉายภาพบันทึกการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ ที่เคยพูดถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร วันที่ 7 ต.ค. 2551 ไว้อย่างละเอียด -รำลึกวันสังหาร10เม.ย.และ19พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซนที่ 2 ใช้ชื่อหัวข้อกู้มาโกงและการทุจริตประเภทต่างๆ ที่จะโชว์สินค้าจากโครงการ "ชุมชนพอเพียง" อาทิ ตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องผลิตไบโอดีเซล จากนั้นเมื่อขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 2 จะพบว่าระหว่างทางจะมีนกกระดาษสีแดงและสีขาว ที่มีข้อความเขียนถึงการรำลึกเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 และเหตุการณ์ 19 พ.ค. 2553 รวมถึงข้อ ความที่เขียนระบายความคิดถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สำหรับชั้น 2 เป็นโซนที่ 3 ซึ่งจัดแสดงอาวุธสงคราม ทั้งปืนและลูกกระ สุน ไปจนถึงระเบิดแก๊สน้ำตาทั้งในแบบจำลองและของจริงที่ประชาชนเก็บเอาไว้ เพื่อโชว์อุป กรณ์การขอคืนพื้นที่และกระชับพื้นที่ในระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง ใกล้ๆ กันก็จะเป็นโซนที่ 4 ที่ได้จำลองเหตุการณ์การเสียชีวิต 6 ศพภายในวัดปทุมวนาราม ภายใต้แนวคิดเรื่องเขตอภัยทานที่มีการล้อมยิงโดยกระหยิ่ม ที่จะมีหุ่นใส่ชุดทหารยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสจำลอง เล็งปืนมาในเขตอภัยทานที่มีคนแต่งชุดพยาบาลอาสาอยู่ภายใน พร้อมกับมีคนใส่ชุดทหาร ทำท่าทีเล็งปืนเลียนแบบพลแม่นปืน (สไนเปอร์) ตามจุดต่างๆ โซนที่ 5 จะเป็นการแสดงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์เผาเมือง วันที่ 19 พ.ค. จากนั้นจะเข้าสู่โซนที่ 6 ที่เป็นหัวข้อ "ปกปิด บิดเบือน กลบเกลื่อน ความจริง" โดยจะมีการจำลองเหตุการณ์สลายการชุมนุม พร้อมโรงหนังเล็กๆ เพื่อฉายคลิปวิดีโอให้ประชาชนได้ชมภาพเหตุการณ์การกระชับวงล้อมและขอคืน พื้นที่การชุมนุม ซึ่งสุดท้ายจะเป็นโซนที่ 7 จะเป็นการแสดงนิทรรศการรูปภาพ การบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนเสื้อแดง โดยมีเอฟเฟ็กต์เป็นเสียงปืน เสียงระเบิดประกอบและมีคนแต่งชุดทหารถืออาวุธสงครามเดินไปเดินมาภายในงาน ตลอดเวลา -แกนพท.-อดีตพปช.-ทรท.ร่วม เวลา 10.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมส.ส.พรรคเพื่อไทย และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ 37 อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน พร้อมประชาชนสวมชุดสีดำประมาณ 100 คน มาร่วมพิธีเปิดบริเวณหน้าที่ทำการพรรค โดยนิมนต์พระสงฆ์ 2 รูปมาจุดธูปเทียน 1 ดอกหน้ารูปภาพโลงศพสีแดงที่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม จากนั้นนายยงยุทธ พ.อ.อภิวันท์ และนายปลอดประสพ ได้ใช้กำปั้นเคาะไปที่กระดาษ สีขาวที่เปื้อนไปด้วยสีแดงของเลือด เพื่อเข้ามายังที่ทำการพรรคเพื่อชมนิทรรศการโซนที่ 1 ระหว่างนั้นมีการจำลองเสียงปืนและเสียงระเบิดตลอดเวลา เมื่อหัวหน้าพรรคและผู้ร่วมพิธีเดินเข้ามาภายในที่ทำการพรรคจะมีเจ้าหน้าที่ ทหารถือเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 จำลองตรวจสอบผู้มาร่วมงานทุกคน -"ไม้ กันหมา"โต้กลับเพื่อไทย ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีมาร์ค วี 11 ที่พรรคเพื่อไทยพยายามโยงมาเป็นประเด็นทางการเมือง กล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าไม่ออกมาปกป้องมาร์ค วี 11 ว่า ตนอยากจะถามพรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกันว่า รายการทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซึ่งเป็นธุรกิจบันเทิงมาเกี่ยวข้องอะไรกับการเมือง หรือกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล "เรื่องนี้เป็นกิจกรรมของภาคเอกชนที่รัฐบาล ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ทำไมพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะเอาสถานการณ์และเหตุการณ์ทุกเรื่องมาเป็น ประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้เข้า ไปโหนกระแส เอาเรื่องของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าพรรคเพื่อไทยจะใช้โอกาสดังกล่าวหาเสียงโดยการเสนอความช่วยเหลือทางด้าน การศึกษาก็เชื่อว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทยที่จะทำได้ แต่ไม่ควรที่จะมาพาดพิงถึงตัวนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ เองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือมีท่าทีใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย" นายเทพไทกล่าว -แม่น้องเกดร่วมจุดเทียนรำลึก เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน กลุ่มนิสิต นักศึกษา และประชาชน ประมาณ 100 คน ได้พากันเดินทางมาที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ฝั่งด้านเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 90 ศพ จากการสลายการชุมนุม ซึ่งวันเดียวกันนี้เป็นวันครบรอบ 2 เดือน ทั้งนี้ มีการทำกิจกรรม ร่วมจุดเทียนและอ่านบทกวี สดุดีแด่ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ทั้งนี้ บริเวณแยกราชประสงค์ฝั่งห้างสรรพสินค้าเกษร พลาซ่า มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ลุมพินี และบก.น. 5 จำนวน 1 กองร้อย มารักษาการณ์ โดยนำรั้วเหล็กมากั้น เป็นเขตห้ามเข้า บ คำค้น ปลด| ป้าย!| ถนนราชประสงค์| แก้ย้ำ| 90
ปลด ป้าย! ถนนราชประสงค์ แก้ย้ำ 90 ศพ สกัดผูกผ้าแดง "นที"แฉถูกตร.หิ้ว ทุกคนมีสิทธิพูด "ฉุกเฉิน"คุกคาม 5นศ."เชียงราย" ทำบุญ2ด.ทมิฬ ถอดป้าย - กทม.ถอดป้ายสี่แยกราช ประสงค์ ออกแล้ว เมื่อวันที่ 19 ก.ค. อ้างว่านำไปทำความสะอาด ขณะที่ตำรวจจัดกำลังเฝ้าเข้มงวด ป้องกันประชาชนนำริบบิ้นแดงไปผูก ปลด ทิ้งป้ายสี่แยกราชประสงค์ แก้ปัญหาการชุมนุมเพื่อตอกย้ำมีคนถูกฆ่าตาย 90 ศพ และสกัดไม่ให้ผูกผ้าแดงอีก "นที สรวารี" นักกิจกรรมเพื่อคนเร่ร่อนแฉนาทีถูกตำรวจหิ้ว ขณะตะโกน "ทุกคนมีสิทธิ์พูด" แข่งเสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่ แม่น้องเกดร่วมรำลึก 2 เดือนทมิฬจุดเทียนที่ราชประสงค์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกฤทธิ์ที่เชียงราย ตำรวจออกหมายเรียก 5 น.ศ.- น.ร.ข้อหาชูป้ายค้านพ.ร.ก.ติดหนวด จากกรณีกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ และเครือข่ายวันอาทิตย์สีแดง ได้นัดมาร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าสีแดงและจุดเทียนสีแดง ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เพื่อร่วมรำลึกและตอกย้ำว่าสถานที่แห่งนี้มีคนตาย เนื่องจากถูกล้อมปราบปราม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวาง นอกจากนี้ นายนที สรวารี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวข้อหาส่งเสียงดัง ขณะตะโกนว่า "ที่นี่มีคนตาย" แข่งกับเสียงประกาศเตือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ -"นที สรวารี"เผยนาทีถูกตร.รวบ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายนที สรวารี นายกสมาคมกิจกรรมสร้างสรรค์อิสรชน กล่าวถึงกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินีจับกุมตัว ขณะร่วมกิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดง" บริเวณสี่แยกราชประสงค์ว่า ตนเคลื่อนไหวร่วมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ มาตลอด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตนไปร่วมกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง โดยไปถึงตั้งแต่เวลาประมาณบ่าย 2 โมง ซึ่งขณะนั้นทุกอย่างยังนิ่งอยู่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาความปลอด ภัยอยู่จำนวนหนึ่ง ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่นั่งรอผู้ร่วมกิจกรรมคนอื่นๆ อยู่บริเวณหน้าห้างเกษรพลาซ่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มประ กาศผ่านเครื่องขยายเสียง และให้รถเครื่องขยายเสียงเคลื่อนมากดดันผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ประมาณ 20-30 คน ตนจึงตะโกนตอบโต้กลับไปด้วยปากเปล่าว่า"ที่นี่มีคนตาย ผมเห็นที่นี่ถูกเผา ผมเห็นคนถูกยิงที่นี่ เอาชีวิตเพื่อนผมคืนมาแล้วเราจะปรองดองด้วย พูดเสร็จก็พยายามเดินเข้าหามวลชน เพราะรู้ว่าวิธีการแบบนี้ต้องโดนตำรวจเข้าชาร์จตัวแน่ๆ แต่ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบล็อกตัวแล้วจับขึ้นรถ นำไปที่สน.ลุมพินี ขณะอยู่บนรถตนพยายามถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจับตนด้วยข้อหาอะไร ก็ไม่ได้รับ คำตอบ จนกระทั่งมาถึง สน.ลุมพินี ตำรวจคนหนึ่งบอกว่า ผู้กำกับ หรือคนที่สั่งให้จับตน ต้องการเอาพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาดำเนินการกับตน แต่ทำ ไม่ได้ เลยดำเนินคดีข้อหาส่งเสียงดังเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ แล้วปรับเงิน 100 บาทแทน หลังจากนั้นก็ปล่อยตัว ผมจึงกลับมาร่วมกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงตามเดิม" -ย้ำมีคนเร่ร่อนเสีย สติถูกยิงล้ม นายนที กล่าวต่อไปว่า ตนไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางการต่อสู้ของตน แต่หลังจากที่มีความสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น จึงคิดว่าต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง "มีคนถามว่า สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ ผมบอกว่า ผมดูแลเรื่องคนเร่ร่อนอยู่ ผมเห็นภาพข่าวคนเสียสติคนหนึ่งถูกยิงล้ม บริเวณแยกดินแดง และมีคนเร่ร่อนที่สนามหลวงซึ่งไปร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์และรอดชีวิตกลับมา มาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนเขาไม่น้อยกว่า 6-9 คน ตายในเหตุการณ์นี้ เราทำงานกับคนกลุ่มนี้ ในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนเรา เราก็ต้องออกมาเรียกร้องว่า เราเห็นเพื่อนเราถูกทำให้ตายที่นี่ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลหรือทหารเป็นคนฆ่า แต่ผมบอกว่าเพื่อนผมตายในเหตุการณ์ มูลเหตุคือมีการชุมนุม และการชุมนุมนั้นอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาล รัฐาลจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้" นายนที กล่าวต่อว่า ตนเคยประกาศในเฟซ บุ๊กว่า ถ้ารัฐยังคุกคามสิทธิพลเมือง กลุ่มตนก็จะท้าทายอำนาจรัฐต่อไป เมื่อคนในประเทศมีความคิดไม่ตรงกัน วิธีการที่ดีที่สุดของคนที่มีอำนาจในมือ คือ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูดบนสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่ทำสถานการณ์ให้เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ เมื่อสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต้องมีสิทธิ์พูดได้ มีสิทธิ์แสดงความเห็นได้ ไม่เช่นนั้นแล้วคนก็จะรับสารเพียงด้านเดียว บนพื้นฐานที่รัฐบอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตอนนี้สังคมต้องการข้อมูล รัฐต้องเชื่อมั่นว่า พลเมืองมีสติปัญญาเทียบเท่ากับเขา ต้องเชื่อมั่นว่าไม่มีใครสามารถชี้นำพลเมืองได้ ถ้ารัฐยังไม่ปลดล็อกเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็น่าสงสัยว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อยากให้ประชาชนรับรู้หรือไม่ -ถอด ป้ายราชประสงค์-อ้างล้าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการทำกิจกรรมผูกผ้าแดงที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกเหยื่อที่ถูกฆ่า-ถูกยิงที่สี่แยกแห่งนี้ ท่ามกลางการอารักขาขัดขวางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปรากฏว่าหลังจากนั้น ป้ายสี่แยกราชประสงค์ก็ถูกเจ้าหน้าที่ถอดเก็บออกไป ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังคิดว่าจะนำป้ายชื่อ"ที่นี่มีคนตาย"ไปติดแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายวรพจน์ อินทุลักษณ์ ผอ.เขตปทุมวัน เปิดเผยว่า ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตปลดป้ายบริเวณแยกราชประสงค์ ฝั่งห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่าออก เนื่องจากตรวจสอบพบว่าป้ายดังกล่าวถูกพ่นสเปรย์สีต่างๆ อาทิ สีขาว สีดำทับคำว่าราชประสงค์ ซึ่งทำให้สภาพป้ายไม่มีความสวยงาม จึงสั่งปลดและส่งต่อไปยังสำนักงานจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม.ดำเนินการแก้ไข และทำความสะอาด ซึ่งได้ส่งป้ายไปให้ สจส. แล้วเมื่อเวลา 17.00 น. เบื้องต้นคาดว่าจะทำความสะอาดและกลับมาติดตั้งได้ภายใน 2-3 วันนี้ นายวรพจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำลายป้ายแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นสมบัติของทางราชการ ทางเขตปทุมวันได้แจ้งความไว้ที่ สน. ลุมพินี เพื่อให้ตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นตนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคล หรือเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายใดเป็นคนทำลาย ส่วนเรื่องการตรวจสอบหาผู้ทำผิดนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่จะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม การปลดป้ายดังกล่าวไม่ได้มีคำสั่งจากนักการเมือง หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด -พท.อัดจับนที-ทำเกิน กว่าเหตุ เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายนทีที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อเย็นวันที่ 18 ก.ค. ว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่เข้าจับกุมนายนที ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะการแสดงตัวเข้าจับ กุมผู้กระทำความผิดใด จะต้องแสดงตัวการเป็นเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสิทธิที่ผู้ต้องหาพึงมี พร้อมเชิญให้ไปที่สถานีตำรวจ จากนั้นก็เปิดโอกาสให้ติดต่อกับทีมงานด้านกฎหมายเพื่อให้โอกาสการต่อสู้คดี อย่างเป็นธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอเหตุ การณ์ที่นายนที ถูกจับกุม ซึ่งเป็นคลิปที่ไม่ได้ถูกตัดต่อ จะเห็นได้ชัดเจนว่านายนที ไม่ได้พกพาอาวุธ มีเพียงมือเปล่า เพียงแค่พยายามตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรม โดยระบุว่าขอให้ฟังเขาบ้างเท่านั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบซึ่งไม่ได้แสดงตัว แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เข้ารวบตัวแล้วอุ้มนายนทีเข้าไปขังในรถควบคุมผู้ต้องหาของสน.บางโพงพาง ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียง (1)2 เดือน - ประชาชนกว่า 100 คนจุดเทียนอ่านบทกวีรำลึกครบรอบ 2 เดือนการเสียชีวิต 90 ศพที่แยกราชประสงค์ ตอนค่ำวันที่ 19 ก.ค. มีนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน้องเกดร่วมอาลัยด้วย (2)ตอก ย้ำ - พรรคเพื่อไทยจัดนิทรรศการ 7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน โดยจำลอง เหตุการณ์คนเสื้อแดงใช้หนังสติ๊กยิงสู้กับหน่วย สไนเปอร์บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจัดที่สำนัก งานพรรค เมื่อวันที่ 19 ก.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่อ้างว่าการควบคุมตัวครั้งนี้ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ต้องย้ำว่าอำนาจตามพ.ร.ก.ไม่ได้มีศักดิ์และสิทธิ์สูงไปกว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการบัญญัติในเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเอาไว้ชัดเจน การใช้อำนาจอย่างนี้ถือว่าไม่มีความเป็นธรรม และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการคงอำนาจครอบจักรวาลของพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้เพื่อ ควบคุมกดขี่ และละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจน -เปิดคลิ ปแฉ-ตร.นอกเครื่องแบบ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดนายกฯระบุว่าอาจจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุก เฉิน ก่อนกำหนด แต่เย็นวันเดียวกันกลับมีการใช้อำนาจละเมิดสิทธิประชาชนเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนใน ทันที และต้องตั้งคำถามว่านายนที ถูกจับกุมด้วยข้อหาอะไร เรื่องนี้สอดคล้องกับกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสุรชัย เทวรัตน์ จากนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นำคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ในขณะที่นายนที ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าจับกุม โดยภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจของบก.น.5 ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง แจ้งให้ทราบถึงการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นการชุมนุมจะต้องไม่ก่อความไม่สงบ ไม่เช่นนั้นจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นจึงมีเสียงของนายนที ตะโกนระบุว่า "เห็นคนถูกยิงที่แยกราชประสงค์ หากอยากรู้ความจริงต้องเปิดโอกาสให้พูดบ้าง และขอให้ฟังพวกเราบ้าง" จากนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้ามาจับกุมโดยไม่ได้แสดงตน หรือแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพียงแต่ล็อกตัวแล้วหามตัวนายนทีไปขังไว้ในรถควบคุมผู้ต้องหาสน.บางโพงพาง นายนที พยายามตะโกนบอกให้ปล่อยตัว แล้วสอบถามว่าจับกุมด้วยข้อหาอะไรและระบุว่าตนมาคนเดียว ไม่ได้มา 5 คน จึงไม่น่ามีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไม่สนใจและควบคุมตัวไป -เสื้อแดงทำบุญ 2 เดือนเหยื่อตาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน นายกลิ่น เทียนยิ้ม เจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ใน จ. สมุทรปราการ ตัวแทนกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. และวันที่ 19 พ.ค.2553 ได้จัดให้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ที่ศาลา 2 วัดหัวลำโพง ถ.พระราม 4 แขวง - เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งคณะผู้จัดงานได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธี และมีประชาชนและญาติผู้เสียชีวิตเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน บรรยากาศภายในงานมีญาติๆ ต่างนำรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตมาตั้งไว้ที่ด้านในศาลา และจัดดอกกุหลาบสีแดงประดับไว้อย่างสวยงาม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธี ได้กล่าวว่างานที่ทางกลุ่มญาติๆ ผู้เสียชีวิตจัดขึ้นนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การ สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในวันที่ 10 เม.ย.ที่แยกคอกวัวและวันที่ 19 พ.ค.2553 ที่ราชประสงค์ และเป็นการทวงถามหาความเป็นธรรมและความคืบหน้าของการตรวจสอบในเหตุการณ์ที่ ทำให้ผู้เสียชีวิตจำนวนมากและยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่าพันคนที่ได้รับ ความเดือดร้อนและรอการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาโดยด่วนด้วย หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีการ คณะกรรมการจัดงานได้จัดให้ญาติๆ และประชาชนที่มาร่วมงานนำดอกกุหลาบสีแดงมาวางที่หน้ารูปถ่ายของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งนำแผ่นภาพหาสียงของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครเป็น ส.ส.กทม.เขต 6 ของพรรคเพื่อไทย มาแจกให้ผู้ร่วมพิธีด้วย -แฉน.ร.-น.ศ.เชียงราย ถูกหมาย วันเดียวกัน นายธนิต บุญญนสินีเกษม แกนนำกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเด็กนักเรียน นักศึกษาจำนวน 5 คน ออกมาถือป้ายกระดาษที่มีข้อความว่า"พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องคงไว้ เพื่อไม่ให้ควาามจริงปรากฏ", "นายกครับอย่ายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินนะ ไม่งั้นรบ.จะพัง" บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล 1 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงรายว่า ขณะนี้ตนและเด็กอีก 5 คนถูกออกหมายเรียก เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด, รวมทั้งเสนอข่าวสาร, ทำให้แพร่หลาย ซึ่งสิ่งพิมพ์หรือสิ่งอื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือน ข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความเรียบ ร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน -บุกค้นบ้านยึดโน้ต บุ๊กเด็กม.5 นายธนิต เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เด็กทั้ง 5 คนประกอบด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2 คนชื่อหนึ่ง และก๊อต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 2 คน ชื่อเนย์ กับปริ้นซ์ และเด็กนักเรียนชั้นม.5 อีก 1 คนชื่อโอเล่ นัดหมายกันทางเฟชบุ๊ก โดยไม่รู้จักกันมาก่อน จะรู้จักแต่เพียงคนที่เรียนที่เดียวกันเท่านั้น นัดหมายกันเวลา 09.00 น. ถือป้ายกระดาษข้อความดังกล่าวและสวมหน้ากาก พวกเขายืนถือป้ายเกือบ 1 ช.ม. จึงแยกกลับบ้าน และพบกับตนที่ตลาด เด็กจึงเข้ามาพูดคุยในฐานะที่เคยเห็นหน้ากันในที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมา ก่อน แต่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว หลังจากนั้นโอเล่ ก็ถูกทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครอง เพื่อสอบถามว่าได้ไปร่วมถือป้ายจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ลงโทษอะไร เพราะถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ต่อมาช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จากสภ. เมืองเชียงราย เดินทางเข้าตรวจค้นที่บ้านโอเล่ พร้อมทั้งจะยึดโน้ตบุ๊ก และจะนำตัวไปโรงพัก แต่ทางบ้านเด็กไม่ยอม เพราะตำรวจไม่มีหมายเรียก จากนั้นวันที่ 18 ก.ค.ช่วงบ่าย ตนได้ถูกออกหมายเรียกพร้อมทั้งเด็กอีก 5 คน ให้ไปรายงานตัววันที่ 20 ก.ค.เวลา 10.00 น. "ผมสอบถามน้องๆ ว่าทำไมถึงออกมาถือป้าย เขาบอกว่า รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐมักทำงาน 2 มาตรฐาน โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเสนอเข้าไปจะได้รับการตอบสนองหรือไม่ เลยคิดว่าการออกมาถือป้ายตรงนี้จะทำให้เสียงเขาดังขึ้นมาบ้าง เขารู้สึกว่าเสียงของคนต่างจังหวัดดังน้อยกว่าคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ มาก" นายธนิต กล่าว -ส.ว.ห่วงล่ามโซ่นปช.-ละเมิดสิทธิ์ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ เป็นประธาน ได้เชิญ นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา จากเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.2553 อธิบดีกรมราชทัณฑ์มอบหมายให้นายกอบเกียรติ กลิวิวัฒน์ รองอธิบดี มาชี้แจงแทน เปิดใจ - นายนที สรวารี เครือข่ายวันอาทิตย์สีแดง เปิดใจถึงเหตุการณ์โดนตำรวจจับกุมด้วยข้อหาตะโกนเสียงดัง ขณะไปทำกิจ กรรมรำลึกเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิพูด กรรมการหลายคน อาทิ พล.ต.ท.พิชัย สุนทร สัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี นายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว. พัทลุง นางกีระณา สุมาวงศ์ ส.ว.สรรหา นายสุโข วุฒิโชติ ส.ว.สมุทรปราการ แสดงความเป็นห่วงเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีการชุมนุมทางการเมือง ที่มีการล่ามโซ่ตรวนตอนไปขึ้นศาล ทั้งที่ศาลยังไม่ตัดสิน เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุมหรือคนอื่นๆ เข้ามอบตัวเองจึงไม่น่าจะหลบหนี รวมทั้งได้สอบถามถึงจำนวนผู้ต้องหาคดีชุมนุมทางการเมืองที่เป็นชาวต่างชาติ มีจำนวนกี่คน และปฏิบัติต่อผู้ต้องหาอย่างไร รวมถึงกรณีการควบคุมตัวในต่างจังหวัด มีมาตรฐานเหมือนในส่วนกลางหรือไม่ -ราชทัณฑ์ อ้างทำตามระเบียบ นายกอบเกียรติ ชี้แจงว่า ระเบียบการควบคุมตัวเป็นไปตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ปี 2479 โดยมีหลักคือเพื่อป้องกันการหลบหนี เพื่อคุมตัวขึ้นศาล เพื่อป้องกันการทำร้ายคนอื่นและให้เป็นไปตามสภาพเรือนจำ กรณีนี้ต้องดำเนินการตีตรวนเพราะกลัวว่า ผู้ต้องหาอื่นๆ ในที่คุมขังจะทำร้ายผู้ถูกกล่าวหา แต่ราชทัณฑ์ไม่ได้กลัวผู้ถูกกล่าวหาสร้างปัญหา ฝ่ายราชทัณฑ์ก็เป็นห่วงเรื่องการสร้างความปรองดองในชาติเช่นกัน แต่ราชทัณฑ์อยู่ตรงกลาง เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งคอยจับตาดูว่าแกนนำที่โดนจับอยู่สบายเกินไปหรือไม่ หรืออาจมีใครมาหลิ่วตาให้ผู้ถูกคุมขังคนอื่นไปทำร้าย ฉะนั้นก็ต้องทำไปตามกฎหมายที่มีอยู่เพื่อเป็นคำตอบว่าไม่เอนเอียง รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ความจริงมีเป็นพันคดีที่เวลาไปขึ้นศาลก็ใส่ตรวน แต่สื่อไม่จับตา แต่พอเป็นเรื่องการเมืองมีคนจับจ้องเป็นพิเศษ โดย กรณีนายวีระ มุสิกพงศ์ อายุเกิน 60 ปี จึงไม่ตีตรวน ส่วนน.พ.เหวง โตจิราการ อายุ 59 ปี แต่ทำเรื่องขอผ่อนผันว่าไม่สบาย จึงไม่ตีตรวน ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคนอื่นๆ ก็ทำไปตามปกติ แต่สาธารณะไม่เข้าใจในระเบียบของราชทัณฑ์จึงตำหนิมามาก นอกจากนี้ยืนยันว่า ไม่ได้มีอันดับผู้ต้องหาจากคดีการเมือง แต่แกนนำ 11 คนก็ให้แยกไปตามแดนต่างๆ ตามกฎกระทรวงข้อ 43 นายกอบเกียรติ กล่าวว่า ส่วนชาวต่างประเทศในคดีการชุมนุม มี 2 รายคือ นายคอนเนอร์ เดวิด ชาวออสเตรเลีย ที่สู้คดีอยู่ ส่วนนายเชฟเฟอร์ ชาวอังกฤษศาลปล่อยตัวแล้ว หลังจากคุมขัง ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 45 วัน ส่วนการคุมตัวในราชทัณฑ์ 7 จังหวัด ในส่วนการคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามพ.ร.ก. จะผ่อนปรนกว่าการคุมตัวที่สถานีตำรวจและทัณฑสถาน จึงขอให้มั่นใจได้ว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าทำไม่ดีวันนี้ข่าวไปไว รู้กันทั่วประเทศแน่นอน -ส.ว.ชี้แตกแยกเพราะหาว่าล้มเจ้า จากนั้น กรรมการหลายคน นำโดยนายจิติพจน์ จึงมีมติ 2 ข้อเพื่อเสนอไปยังรัฐบาล คือ 1.ต้องไม่นำภาพผู้ต้องหาที่ถูกโซ่ตรวนเผยแพร่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงคดีอื่นๆ ด้วย เพราะละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2.การควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาระหว่างการพิจารณาคดี ไม่ควรใช้วิธีที่กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่น การตีโซ่ตรวน เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่บัญญัติว่า ผู้ถูกกล่าวหายังไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะตัดสิน อย่างไรก็ดี ขอให้ดูเป็นกรณีๆ ด้วยว่า ที่มาข้อกล่าวหาของผู้ต้องหาคนนั้นเป็นเรื่องอะไร เป็นคดีการเมืองหรือไม่ พฤติกรรมผู้ถูกกล่าวหาเป็นอย่างไรแล้ว จึงใช้ดุลพินิจในการเลือกใช้การวิธีควบคุมตัว และอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งนายกอบเกียรติ กล่าวว่า ปกติรูปผู้ต้องขังออกจากราชทัณฑ์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่มีภาพในสื่อ เพราะเป็นการแอบถ่าย ส่วนกรณีวิธีการควบคุมตัวจะนำข้อเสนอของวุฒิสภาส่งไปยังรัฐบาลและพร้อม ปฏิบัติตาม ในช่วงท้าย นายจิตติพจน์ แจ้งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง มีหนังสือแจ้งมาว่า พร้อมจะมาชี้แจงกับคณะกรรมการในการประชุมครั้งต่อไป การประชุมในช่วงบ่าย เปิดโอกาสให้ส.ว. และผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ส.ว. หลายคน ทั้งนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี เห็นเหมือนกันว่าแผนปรองดอง คณะกรรมการปรองดอง ไม่เกิดประโยชน์ จะเป็นแค่วิทยานิพนธ์ให้นักวิชาการ และสภาพปัจจุบันไม่สามารถปรองดองได้เพราะรัฐบาลยังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี กล่าวว่า บ้านเมืองที่แตกแยกทุกวันนี้ เพราะมีการไปกล่าวหาว่าอีกฝ่ายล้มเจ้า ล้มสถาบัน และควรก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้แล้ว ไม่ควรไปด่าทุกวัน โดยเฉพาะในสื่อรัฐ อยากสะท้อนเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล ถ้ายังทำเรื่องใส่ร้าย และยังย้ำถึงเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เรื่อยๆ ความปรองดองมันไม่มีทางเกิดขึ้นเลย -"สมยศ"อัดสื่อเลือกข้าง-แม่มด นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการส่งผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะสื่อบางแห่งที่ทำตัวเป็นผู้พิพากษา จนสังคมมีความเชื่อเช่นนั้น เช่นมีการกล่าวหาคนเสื้อแดงเป็นพวกหางแดง เป็นสมุนคนนั้นคนนี้ ที่สำคัญการพิจารณาคดีความมีการนำการวินิจฉัยของสื่อมาประกอบการพิจารณามา ด้วย ตนก็เคยได้รับผลกระทบตรงนี้จนสังคมมีความเชื่อเช่นนั้น ล่าสุด ขบวนการแม่มดเกี่ยวกับน้องมาร์ค วี 11 จึงอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบด้วย นายสมยศ กล่าวว่า การปรองดอง ถูกนำเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการกลบเกลื่อนความจริงหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสลายการชุมนุม เพราะหากต้องการจะปรองดองจริง เมื่อรัฐบาลประกาศแผนออกมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. แต่ภายหลังกลับมาสลายการชุมนุม ตนมองว่า ความขัดแย้งทางความคิดจะทำให้สังคมก้าวหน้า เพราะทำให้คนมาถกเถียงกันด้วยเหตุผล แต่ตอนนี้คู่กรณีกลับถูกไล่ล่า มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดการ การปรองดองเกิดไม่ได้ภายใต้บรรยากาศการบิดเบือน การสร้างความน่าสะพรึงกลัว การไม่มีสิทธิเสรีภาพ มีการปิดสื่อหมด ภาพลักษณ์ของประ เทศกลายเป็นประเทศเผด็จการ -เพื่อไทยจัดนิทรรศการ อัดมาร์ค เวลา 10.00 น. พรรคเพื่อไทยได้จัดนิทรรศการ "7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชา ชน" ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชั้น 1 และชั้น 2 อาคารบีบีดี บิลดิ้ง ถนนพระราม 4 ระหว่างวันที่ 19-26 ก.ค. เพื่อสื่อถึงความเจ็บปวดของประชาชน ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ภายใต้แนวคิดของสีขาวและสีดำ โดยสีขาว จะบ่งบอกถึงชีวิตอันบริสุทธิ์ ที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำร้ายหรือหยิบยื่นความตายให้ และสีดำ สื่อถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น ความแตกแยกและสังคมสองมาตรฐาน โดยแบ่งเป็น 7 โซน เมื่อเดินเข้าพรรคบริเวณประตูทางเข้าชั้น 1 จะพบกระถางธูปพร้อมรูปถ่ายของโลงศพสีแดงหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ผู้เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินในวันที่ 10 เม.ย. เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้จุดธุปเทียนเคารพศพผู้เสียชีวิต จากนั้นจะพบกับกระดาษสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดบริเวณประตูทางเข้าชั้น 1 ซึ่งจะเป็นโซนที่ 1 ในหัวข้อวาทกรรมอำมหิตและสองมาตรฐาน ที่มีรูปนายอภิสิทธิ์ สวมกอดกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความ "คนไทยโชคดีที่ได้นายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์" ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมข้อความ "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง... ทหารจะไม่เข้าไปยุ่ง" ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พร้อมสรุปคำพูดและฉายภาพบันทึกการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ ที่เคยพูดถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร วันที่ 7 ต.ค. 2551 ไว้อย่างละเอียด -รำลึกวันสังหาร10เม.ย.และ19พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซนที่ 2 ใช้ชื่อหัวข้อกู้มาโกงและการทุจริตประเภทต่างๆ ที่จะโชว์สินค้าจากโครงการ "ชุมชนพอเพียง" อาทิ ตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องผลิตไบโอดีเซล จากนั้นเมื่อขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 2 จะพบว่าระหว่างทางจะมีนกกระดาษสีแดงและสีขาว ที่มีข้อความเขียนถึงการรำลึกเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 และเหตุการณ์ 19 พ.ค. 2553 รวมถึงข้อ ความที่เขียนระบายความคิดถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สำหรับชั้น 2 เป็นโซนที่ 3 ซึ่งจัดแสดงอาวุธสงคราม ทั้งปืนและลูกกระ สุน ไปจนถึงระเบิดแก๊สน้ำตาทั้งในแบบจำลองและของจริงที่ประชาชนเก็บเอาไว้ เพื่อโชว์อุป กรณ์การขอคืนพื้นที่และกระชับพื้นที่ในระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง ใกล้ๆ กันก็จะเป็นโซนที่ 4 ที่ได้จำลองเหตุการณ์การเสียชีวิต 6 ศพภายในวัดปทุมวนาราม ภายใต้แนวคิดเรื่องเขตอภัยทานที่มีการล้อมยิงโดยกระหยิ่ม ที่จะมีหุ่นใส่ชุดทหารยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสจำลอง เล็งปืนมาในเขตอภัยทานที่มีคนแต่งชุดพยาบาลอาสาอยู่ภายใน พร้อมกับมีคนใส่ชุดทหาร ทำท่าทีเล็งปืนเลียนแบบพลแม่นปืน (สไนเปอร์) ตามจุดต่างๆ โซนที่ 5 จะเป็นการแสดงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์เผาเมือง วันที่ 19 พ.ค. จากนั้นจะเข้าสู่โซนที่ 6 ที่เป็นหัวข้อ "ปกปิด บิดเบือน กลบเกลื่อน ความจริง" โดยจะมีการจำลองเหตุการณ์สลายการชุมนุม พร้อมโรงหนังเล็กๆ เพื่อฉายคลิปวิดีโอให้ประชาชนได้ชมภาพเหตุการณ์การกระชับวงล้อมและขอคืน พื้นที่การชุมนุม ซึ่งสุดท้ายจะเป็นโซนที่ 7 จะเป็นการแสดงนิทรรศการรูปภาพ การบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนเสื้อแดง โดยมีเอฟเฟ็กต์เป็นเสียงปืน เสียงระเบิดประกอบและมีคนแต่งชุดทหารถืออาวุธสงครามเดินไปเดินมาภายในงาน ตลอดเวลา -แกนพท.-อดีตพปช.-ทรท.ร่วม เวลา 10.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมส.ส.พรรคเพื่อไทย และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ 37 อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน พร้อมประชาชนสวมชุดสีดำประมาณ 100 คน มาร่วมพิธีเปิดบริเวณหน้าที่ทำการพรรค โดยนิมนต์พระสงฆ์ 2 รูปมาจุดธูปเทียน 1 ดอกหน้ารูปภาพโลงศพสีแดงที่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม จากนั้นนายยงยุทธ พ.อ.อภิวันท์ และนายปลอดประสพ ได้ใช้กำปั้นเคาะไปที่กระดาษ สีขาวที่เปื้อนไปด้วยสีแดงของเลือด เพื่อเข้ามายังที่ทำการพรรคเพื่อชมนิทรรศการโซนที่ 1 ระหว่างนั้นมีการจำลองเสียงปืนและเสียงระเบิดตลอดเวลา เมื่อหัวหน้าพรรคและผู้ร่วมพิธีเดินเข้ามาภายในที่ทำการพรรคจะมีเจ้าหน้าที่ ทหารถือเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 จำลองตรวจสอบผู้มาร่วมงานทุกคน -"ไม้ กันหมา"โต้กลับเพื่อไทย ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีมาร์ค วี 11 ที่พรรคเพื่อไทยพยายามโยงมาเป็นประเด็นทางการเมือง กล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าไม่ออกมาปกป้องมาร์ค วี 11 ว่า ตนอยากจะถามพรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกันว่า รายการทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซึ่งเป็นธุรกิจบันเทิงมาเกี่ยวข้องอะไรกับการเมือง หรือกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล "เรื่องนี้เป็นกิจกรรมของภาคเอกชนที่รัฐบาล ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ทำไมพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะเอาสถานการณ์และเหตุการณ์ทุกเรื่องมาเป็น ประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้เข้า ไปโหนกระแส เอาเรื่องของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าพรรคเพื่อไทยจะใช้โอกาสดังกล่าวหาเสียงโดยการเสนอความช่วยเหลือทางด้าน การศึกษาก็เชื่อว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทยที่จะทำได้ แต่ไม่ควรที่จะมาพาดพิงถึงตัวนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ เองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือมีท่าทีใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย" นายเทพไทกล่าว -แม่น้องเกดร่วมจุดเทียนรำลึก เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน กลุ่มนิสิต นักศึกษา และประชาชน ประมาณ 100 คน ได้พากันเดินทางมาที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ฝั่งด้านเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 90 ศพ จากการสลายการชุมนุม ซึ่งวันเดียวกันนี้เป็นวันครบรอบ 2 เดือน ทั้งนี้ มีการทำกิจกรรม ร่วมจุดเทียนและอ่านบทกวี สดุดีแด่ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ทั้งนี้ บริเวณแยกราชประสงค์ฝั่งห้างสรรพสินค้าเกษร พลาซ่า มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ลุมพินี และบก.น. 5 จำนวน 1 กองร้อย มารักษาการณ์ โดยนำรั้วเหล็กมากั้น เป็นเขตห้ามเข้า บ
ชื่อ :
อีเมล์ :
ความคิดเห็นของคุณ :